top of page

โปรแกรมคิดค่าคอมมิชชั่นพนักงาน ฉบับใช้งานจริง!

  • Writer: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • May 5
  • 1 min read

Updated: 5 days ago

มาค่ะ สาว ๆ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของลูกน้องเนี่ย ถ้าคำนวณผิดนิดเดียวคือเรื่องใหญ่ระดับชาติเลยนะคะ จากที่เคยรักกันจะกลายเป็นมองหน้ากันไม่ติดทันที วันนี้เราจะมาสรุปวิธีการคิดค่าคอมมิชชั่น หรือโปรแกรมบริหารธุรกิจแบบที่ร้านเสริมสวยและร้านทำเล็บตัวท็อปเขาใช้กันจริง ๆ เอาให้ละเอียดแบบเอาไปกางตาราง Excel ทำตามได้เลยค่ะ!

รูปแบบค่าคอมมิชชั่นที่โดนใจพนักงาน

ก่อนจะเขียนสูตร เราต้องเลือก Model ให้เหมาะกับร้านเราก่อนค่ะ โดยหลักๆ มี 3 แบบที่นิยมที่สุด:

  1. แบบคงที่ (Flat Rate) : คิดเป็น % ตายตัวจากยอดขาย เช่น ทำเล็บ 1,000 บาท ได้ค่ามือ 10% (100 บาท) ทุกเคส

  2. แบบขั้นบันได (Tiered Commission) : ยิ่งทำเยอะ % ยิ่งสูง เพื่อกระตุ้นให้ช่างขยันถีบตัวเองขึ้นไป

  3. แบบแบ่งประเภท (Service vs. Product) : ค่าคอมฯ งานบริการอาจจะสูงกว่า (เช่น 10-15%) ส่วนงานขายของหน้าร้านอาจจะน้อยกว่า (เช่น 3-5%)

เจาะลึกสูตรการคำนวณ (The Formula)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน พี่ขอใช้ LaTeX เขียนสูตรที่เป็นมาตรฐานสากลให้นะคะ เวลาเราไปใส่ในโปรแกรมหรือ Excel จะได้ไม่งงค่ะ

กรณีที่ 1 : การคิดค่าคอมมิชชั่นแบบพื้นฐาน

Net Sales : ยอดขายหลังหักส่วนลด แต่ต้องคิดก่อน VAT นะคะ ไม่งั้นพนักงานจะงอนเอาได้ว่าโดนหักเยอะเกินไป

กรณีที่ 2 : การคิดแบบขั้นบันได (Tiered)

สมมติว่า

  • ยอด 0 - 30,000 บาท ได้ 10%

  • ยอด 30,001 บาทขึ้นไป ได้ 15%

ถ้ายอดขายรวมของช่างคือ 45,000 บาท สูตรจะเป็นดังนี้ค่ะ

กรณีศึกษาการใช้งานจริงที่เจ้าของร้านต้องเจอ

ในโปรแกรมที่สมบูรณ์แบบ ต้องรองรับเงื่อนไขสุดจุกจิกพวกนี้ด้วยนะคะ

เคส "ช่วยกันทำ" (Split Commission)

ในร้านทำเล็บ บางทีช่าง A ช่วยตัดหนัง ช่าง B มาเพ้นท์ลาย ระบบต้องแบ่งเงินได้ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน เช่น 40/60 หรือ 50/50 ค่ะ

เคส "ลูกค้าเลือกช่าง" (Request Fee)

ถ้าลูกค้าเจาะจงเลือกช่างคนนี้ (เพราะฝีมือเทพ) ร้านมักจะมีค่า Request เพิ่มให้ เช่น +50 บาทต่อเคส อันนี้ต้องแยกออกมาจากค่าคอมมิชชั่น % ปกติ เพื่อเป็นกำลังใจให้ช่างที่ป็อปปูล่าค่ะ

เคส "ขายคอร์ส/แพ็กเกจ" (Deferred Revenue)

อันนี้สำคัญมาก! ห้ามจ่ายค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดทันทีที่ลูกค้าซื้อคอร์ส นะคะ เพราะถ้าลูกค้าขอคืนเงิน หรือช่างลาออกไปก่อนจะวุ่นวายมาก

  • วิธีที่ถูกต้อง : จ่ายค่าคอมฯ "ยอดขาย" นิดหน่อยตอนปิดการขาย และจ่าย "ค่ามือ" ทุกครั้งที่ลูกค้ามาหักใช้บริการจริงค่ะ

ตัวอย่างตารางสรุปรายเดือน (Pro-Forma Table)

นี่คือหน้าตา Reporting ที่โปรแกรมบริหารร้านควรสรุปให้เราเห็นทุกสิ้นเดือนค่ะ

ชื่อพนักงาน

ยอดบริการ (สุทธิ)

ยอดขายสินค้า

ค่า Request

ช่างน้องเปิ้ล

40,000

2,000

500 (10 ครั้ง)

ช่างพี่เก๋

65,000

5,000

200 (4 ครั้ง)

รูรั่วที่ต้องระวัง (Common Pitfalls)

  1. ลืมหักส่วนลด : ถ้าลูกค้าใช้คูปองส่วนลด 50% แต่เราจ่ายค่าคอมช่างจากราคาเต็ม ร้านขาดทุนยับแน่นอนค่ะ ต้องคิดจาก ราคาที่รับเงินจริง เท่านั้น

  2. คืนสินค้า (Refund) : ระบบต้องสามารถดึงค่าคอมฯ คืน ได้หากมีการยกเลิกบิลในภายหลัง

  3. ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต : บางร้านเลือกที่จะหัก 2-3% จากยอดก่อนคิดคอมฯ (เพื่อแชร์ค่าธรรมเนียมธนาคาร) อันนี้ต้องตกลงกับพนักงานให้ชัดเจนแต่แรกนะคะ

ปรแกรมคิดค่าคอมมิชชั่นที่ดีที่สุด คือโปรแกรมบริหารธุรกิจที่โปร่งใสและใช้งานได้จริงค่ะ ใครยังไม่เคยทดลองใช้แนะนำว่าลองดูได้เลย พนักงานควรจะสามารถเช็กยอดสะสมของตัวเองได้แบบ Real-time (ผ่านแอปฯ ของพนักงาน) เพื่อให้เขามีไฟในการทำงานและไม่ต้องมานั่งระแวงว่าร้านจะโกงไหมด้วย

 
 
 

Comments


bottom of page