top of page

ใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด!

Writer: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
Aug 9
2 min read

ธุรกิจสปา นวดเพื่อสุขภาพ และความงามในปัจจุบัน ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้คนต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน แต่สำหรับการเปิดร้านให้ถูกต้อง ปลอดภัย และดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่นไร้ปัญหาเรื่องกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนจะมองข้ามไม่ได้เลยก็คือ "การขอใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ" ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ค่ะ  

วันนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจทุกขั้นตอน ทุกข้อกำหนด และทุกรายละเอียดของเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และผ่านการตรวจประเมินได้อย่างง่ายดายค่ะ

ทำความรู้จักกฎหมายและประเภทของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  

จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านที่ถูกต้องคือการทำความเข้าใจกฎหมายควบคุมค่ะ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลตาม พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ ความปลอดภัย สุขอานามัย และป้องกันการแอบแฝงขายบริการที่ไม่เหมาะสม

ก่อนยื่นขอใบอนุญาต ทุกคนต้องตรวจสอบก่อนว่าธุรกิจของทุกคนจัดอยู่ในประเภทใดใน 3 ประเภทหลักต่อไปนี้ค่ะ

  1. กิจการสปา (Spa Business) : หมายถึงการให้บริการดูแลและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักในการให้บริการ ร่วมกับการนวด การใช้น้ำมันหอมระเหย หรือการบริการอื่นๆ เช่น การประคบสมุนไพร การอบซาวน่า และต้องมีองค์ประกอบบริการครบถ้วนตามมาตรฐานกฎหมาย  

  2. กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อความงาม

    • การนวดเพื่อสุขภาพ : เน้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาความอ่อนล้า เช่น นวดไทย นวดเท้า นวดน้ำมันผ่อนคลาย  

    • การนวดเพื่อความงาม : เน้นการดูแลผิวพรรณ รูปร่าง และบุคลิกภาพส่วนบุคคล  

  3. กิจการน้ำพุร้อนเค็ม/บริการเพื่อสุขภาพอื่น ๆ : กิจการที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ หรือบริการสุขภาพเฉพาะทางที่มีกฎหมายกำหนดเพิ่มเติม 

การระบุประเภทกิจการได้ถูกต้องจะช่วยให้ทุกคนเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากรได้อย่างตรงจุดตรงตามเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่จะลงมาตรวจค่ะ

3 เสาหลักของการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอใบอนุญาต

การขอใบอนุญาตให้ผ่านการอนุมัติในรอบเดียว ทุกคนต้องเตรียมความพร้อมใน 3 ส่วนหลักดังนี้ค่ะ

ด้านมาตรฐานสถานที่และสุขอนามัย (Physical Location)

สถานที่ตั้งของร้านเป็นจุดแรกที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจประเมินจริง โดยมีเกณฑ์สำคัญดังนี้ค่ะ

  • ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ : อาคารสถานที่ต้องสะอาด ปราศจากกลิ่นอับ มีการจัดขยะสิ่งกักขฬะอย่างถูกสุขลักษณะทุกวัน  

  • การถ่ายเทอากาศและแสงสว่าง : มีระบบระบายอากาศที่ดี ไม่มีเสียงรบกวนภายนอก และมีแสงสว่างเพียงพอต่อการให้บริการอย่างปลอดภัย

  • การจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน : ต้องมีส่วนต้อนรับ (Reception) พื้นที่ให้บริการ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องน้ำที่สะอาด แยกชาย-หญิงชัดเจน โดยห้องนวดทั่วไปต้องไม่ปิดมิดชิดจนมองไม่เห็นภายในเพื่อความปลอดภัย

  • ระบบความปลอดภัย : ต้องมีถังดับเพลิงอยู่ในจุดที่หยิบใช้าง่าย มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ป้ายแสดงทางออกฉุกเฉิน และเตียงนวดที่แข็งแรงได้มาตรฐาน 

ด้านผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ดำเนินการ (Owner & Manager)

  • ผู้ขอรับใบอนุญาต (เจ้าของร้าน) : ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติความผิดเกี่ยวกับคดีเพศ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์  

  • ผู้ดำเนินการ (Manager) : สำหรับ "กิจการสปา" กฎหมายบังคับว่าต้องมีผู้ดำเนินการสปาประจำร้าน ซึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ สบส. รับรอง และต้องสอบผ่านได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการอย่างถูกต้องค่ะ

ด้านผู้ให้บริการหรือพนักงานนวด (Therapists)

พนักงานนวดและช่างที่ให้บริการทุกคนถือเป็นหัวใจของร้าน ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดว่า

  • ต้องผ่านการเรียนและจบหลักสูตรการนวดจากสถาบันที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง (เช่น หลักสูตร 150 ชั่วโมง, 330 ชั่วโมง หรือ 500 ชั่วโมง)

  • ต้องยื่นเรื่องขึ้นทะเบียนเป็น "ผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ" กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ร้านจะไม่สามารถนำพนักงานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนมาให้บริการลูกค้าได้ค่ะ

-

รายการเอกสารสำคัญที่ต้องจัดเตรียมอย่างละเอียด

เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการยื่นเรื่องและโดนเจ้าหน้าที่ส่งเอกสารกลับมาแก้ไข ทุกคนควรจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ละเอียด และถูกต้องตามรายการดังต่อไปนี้ค่ะ

แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ (แบบ สบส. 1)

  • รายละเอียด : เป็นแบบฟอร์มหลักในการยื่นขออนุญาต ทุกคนต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งข้อมูลส่วนตัวของผู้ขอ ข้อมูลสถานที่ตั้งร้าน รายละเอียดประเภทกิจการ (สปา/นวดเพื่อสุขภาพ/นวดเพื่อความงาม) และจำนวนเตียงหรือห้องให้บริการ

  • ข้อควรระวัง : ตรวจสอบการลงลายมือชื่อให้ตรงกับเอกสารแนบอื่นๆ และหากมีการแก้ไขข้อความ ต้องเซ็นกำกับทุกจุดค่ะ

เอกสารแสดงตัวตนของผู้ขอรับใบอนุญาต (บุคคลธรรมดา)

  • สำเนาบัตรประชาชน : ต้องยังไม่หมดอายุ ถ่ายสำเนาให้เห็นหน้าและข้อความชัดเจน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน : ถ่ายหน้าแรกที่มีบ้านเลขที่ และหน้าที่มีชื่อของผู้ขออนุญาต

  • เงื่อนไข : เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยลายเซ็นจริงทุกฉบับ พร้อมระบุข้อความ "ใช้สำหรับการยื่นขอใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเท่านั้น" เพื่อความปลอดภัยค่ะ

เอกสารนิติบุคคล (กรณีเปิดในนามบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด)

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล : ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยต้องเป็นฉบับคัดสำเนา อายุไม่เกิน 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของ สสจ. แต่ละพื้นที่)

  • วัตถุประสงค์แนบท้าย : ต้องมีข้อระบุวัตถุประสงค์การประกอบกิจการเกี่ยวกับการให้บริการสปา นวดเพื่อสุขภาพ หรือบริการความงามอย่างชัดเจน

  • เอกสารกรรมการ : สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามี) และเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

เอกสารแสดงสิทธิการใช้สถานที่ตั้งสถานประกอบการ

  • กรณีเป็นเจ้าของสถานที่เอง : ใช้สำเนาโฉนดที่ดิน (หน้า-หลัง) และสำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน

  • กรณีเช่าสถานที่ :

    • สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ (ต้องระบุวัตถุประสงค์การเช่าเพื่อทำธุรกิจสุขภาพ/สปา/นวด) และต้องมีระยะเวลาเช่าครอบคลุม

    • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้เช่า (พร้อมเซ็นยินยอม)

    • สำเนาโฉนดที่ดินของสถานที่เช่า

  • กรณีได้รับความยินยอมให้ใช้ฟรี : ต้องมี "หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่" ระบุรายละเอียดการยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแนบเอกสารแสดงสิทธิ์ของเจ้าของพื้นที่ค่ะ

แผนผังแสดงพื้นที่ภายในร้านโดยละเอียด (Layout Plan)

  • รายละเอียดที่ต้องมี : ไม่จำเป็นต้องใช้แบบสถาปนิกขั้นสูงเสมอไป แต่วาดให้เห็นสัดส่วนชัดเจน โดยต้องระบุ

    • ขนาดความกว้าง-ยาว และพื้นที่รวมเป็นตารางเมตร ($m^2$)

    • การจัดวางเตียงนวด เก้าอี้นวด ห้องนวด VIP หรือห้องนวดรวม

    • พื้นที่ส่วนต้อนรับ (Reception), ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า, ห้องเก็บอุปกรณ์/สต๊อกสินค้า

    • ตำแหน่งห้องน้ำ/ห้องสี่สุขา (ต้องระบุการแยกชาย-หญิง ชัดเจน)

    • ตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย ได้แก่ ถังดับเพลิง, ตู้ปฐมพยาบาล และป้ายทางออกฉุกเฉิน

  • ข้อแนะนำ : กำหนดสเกลสัดส่วนให้สมจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการพิจารณาก่อนลงตรวจสถานที่จริงค่ะ

เอกสารหลักฐานของผู้ให้บริการ (พนักงานนวดทุกคน)

  • ใบขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ : สำเนาใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)

  • ประกาศนียบัตร/วุฒิบัตร : สำเนาผ่านการอบรมหลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพ (เช่น 150 ชั่วโมง, 330 ชั่วโมง หรือ 500 ชั่วโมง) จากสถาบันที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง

  • สำเนาบัตรประชาชน : ของพนักงานนวดทุกคนที่ปฏิบัติงานจริงในร้าน พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

ใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (เฉพาะกรณี "กิจการสปา")

  • ใบอนุญาตผู้ดำเนินการ (Spa Manager) : สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการฯ ที่ผ่านการสอบและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก สบส. เรียบร้อยแล้ว

  • หนังสือสัญญาจ้างงาน : หรือหนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินการประจำสถานประกอบการนั้นๆ

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน : ของผู้ดำเนินการ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

ชุดรูปถ่ายสถานที่จริง (Photo Documentation)

  • ภาพถ่ายภายนอก : รูปถ่ายหน้าอาคาร/หน้าร้าน ให้เห็นป้ายชื่อร้านภาษาไทยชัดเจน (ชื่อต้องตรงกับที่ยื่นขอ)

  • ภาพถ่ายภายใน

    • บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับ และพื้นที่นั่งรอของลูกค้า

    • ห้องนวด/โซนนวด (แสดงลักษณะเตียง ฉากกั้น หรือม่าน ซึ่งต้องไม่มิดชิดจนมองไม่เห็นภายใน)

    • ห้องน้ำ และพื้นที่สุขาภิบาล

    • จุดติดตั้งถังดับเพลิง ตู้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมยาและเวชภัณฑ์ และป้ายทางออกฉุกเฉิน

  • เทคนิค : ปริ้นต์รูปถ่ายใส่กระดาษ A4 แผ่นละ 2-4 รูป พร้อมเขียนคำบรรยายใต้อื่นๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็กได้ง่ายขึ้นค่ะ

ขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาต Step-by-Step

เมื่อเตรียมความพร้อมทั้งสถานที่ เอกสาร และบุคลากรเรียบร้อยแล้ว มาดูขั้นตอนการดำเนินเรื่องกันค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 : ยื่นคำขอและตรวจสอบเอกสาร

ทุกคนสามารถนำเอกสารไปยื่น ณ หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกรณีร้านตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข หากอยู่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่นั้นๆ หรือยื่นผ่านระบบบริการออนไลน์ E-Service ของ สบส. ได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : นัดหมายและลงพื้นที่ตรวจประเมิน

เมื่อเอกสารผ่านการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายวันและเวลาเพื่อลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานที่จริงตามแบบตรวจมาตรฐาน (Checklist) ทั้งเรื่องความสะอาด ระบบความปลอดภัย และสอบถามข้อมูลจากผู้ดำเนินการและพนักงาน

ขั้นตอนที่ 3 : ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต

เมื่อผ่านการตรวจประเมินสถานที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทและขนาดกิจการ จากนั้นจะออก "ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ" ซึ่งมีอายุการใช้งาน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติค่ะ

ข้อควรระวัง บทลงโทษ และการต่ออายุใบอนุญาต

สิ่งที่ทุกคนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือเรื่องของบทลงโทษตามกฎหมายค่ะ

  • การเปิดกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต : มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

  • การเปิดกิจการสปาโดยไม่มีผู้ดำเนินการ : มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

  • การใช้พนักงานนวดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน : มีความผิดตามกฎหมายและอาจโดนสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้  

นอกจากนี้ เมื่อใกล้ครบกำหนด 5 ปี ทุกคนอย่าลืมยื่นขอ ต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุนะคะ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดค่ะ

ยกระดับการบริหารร้านนวดและสปาให้ยั่งยืนด้วย Sherwe POS

หลังจากที่ทุกคนผ่านขั้นตอนการขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก้าวต่อไปที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือ "การบริหารจัดการร้านอย่างมีระบบ" เพราะการบริหารงานหน้าร้าน การจัดคิวหมอนวด การคุมสต๊อก และการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ จะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน

หากทุกคนกำลังมองหาตัวช่วยที่จะมาเปลี่ยนการทำงานยุ่งๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ขอแนะนำ Sherwe POS (โปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจบริการ นวด สปา ซาลอน และความงาม) ตัวช่วยบริหารจัดการร้านแบบครบวงจรที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ไว้วางใจ

ทำไม Sherwe POS ถึงตอบโจทย์ร้านนวด สปา และธุรกิจสุขภาพ

  1. ใช้งานง่ายผ่าน Web Browser ทุกอุปกรณ์ : ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม สามารถใช้งานผ่าน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ได้ทั้ง iOS, Android และ Windows รองรับการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

  2. ระบบนัดหมายและตารางงานหมอนวด/ห้องบริการ : จัดการตารางเวลาทำงานของพนักงาน และตารางใช้ห้องนวดแบบ Real-time ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการจองซ้ำ และบริหารเวลาได้อย่างมีระเบียบ  

  3. ระบบรันคิวและคิดค่ามือหมอนวดอัตโนมัติ : ตั้งค่าลำดับคิวหมอนวดได้ตามต้องการ และระบบจะคำนวณค่ามือ ค่าคอมมิชชัน รวมถึงประกันค่ามือขั้นต่ำได้อย่างแม่นยำ โปร่งใส ออกรายงานสรุปผลได้ง่ายดาย ช่วยลดเวลาในการคำนวณเงินสิ้นเดือน  

  4. ระบบควบคุมสต๊อกสินค้าและตัดคอร์สอัตโนมัติ : ตัดสต๊อกน้ำมันนวด ยา สมุนไพร และสินค้าทันทีที่มีการใช้งาน พร้อมระบบติดตามคอร์สบริการคงเหลือของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ  

  5. Sherwe CRM เชื่อมต่อ LINE Official Account : ให้ลูกค้าสามารถกดจองคิวนวด เช็กคอร์สคงเหลือ ตรวจสอบแต้มสะสม และรับการแจ้งเตือนนัดหมายอัตโนมัติผ่าน LINE OA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มความประทับใจและดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำค่ะ  

  6. Dashboard สรุปรายงานการขายเชิงลึก : รวมสถิติมูลค่ายอดขาย คอร์สขายดี และรายงานทางการเงินไว้ในหน้าเดียว ในรูปแบบแผนภูมิและกราฟที่เข้าใจง่าย ช่วยให้เจ้าของร้านวางแผนการตลาดได้อย่างตรงจุด

หากทุกคนต้องการยกระดับร้านนวด สปา และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพของทุกคนให้มีระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน สวยงาม และทันสมัย สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ทดลองใช้งาน หรือติดต่อขอ Demo ระบบได้ฟรีที่เว็บไซต์ Sherwe POS ได้เลยนะคะ


 
 
 

Comments


bottom of page