top of page

7 ขั้นตอนล้างมือให้ถูกวิธี เคล็ดลับง่าย ๆ ห่างไกลเชื้อโรค

  • Writer: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • Jul 13
  • 2 min read

สวัสดีค่ะ ทุกคน! กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระดี ๆ เพื่อสุขภาพและสุขอนามัยของทุกคนในครอบครัวนะคะ เคยแอบสังเกตมือคู่เล็ก ๆ ของเราในแต่ละวันไหมคะ ว่าสองมือนี้ต้องเดินทางไปผจญภัยและสัมผัสกับอะไรมาบ้าง ตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนมา สิ่งแรกที่จับคือโทรศัพท์มือถือที่สะสมแบคทีเรียไม่แพ้ฝาชักโครก จากนั้นก็ไปบิดลูกบิดประตูห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ ออกไปนอกบ้านก็ต้องจับราวรถไฟฟ้า ราวบันไดเลื่อน จับธนบัตรหรือเหรียญทอนเงินจากร้านค้า ไปจนถึงการหยิบจับคีย์บอร์ดและเมาส์ในที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่เป็นแหล่งกบดานชั้นดีของเหล่าเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียตัวร้ายที่ตาเปล่าของเรามองไม่เห็น

หลายคนอาจจะคิดในใจว่า "ฉันก็ล้างมือบ่อยนะ แค่เดินผ่านซิงก์น้ำ เปิดน้ำราดๆ เอาสบู่ลูบนิดหน่อย 2 วินาทีเสร็จ สะอาดแล้วล่ะ" แต่รู้ไหมคะว่าการล้างมือแบบรีบร้อน ล้างแบบ "ผ่าน ๆ" หรือล้างไม่ถูกวิธี แทบจะไม่ช่วยกำจัดเชื้อโรคหลุดออกไปเลยค่ะ แถมยังทิ้งความชื้นไว้ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย!

วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบหมดเปลือก "7 ขั้นตอนการล้างมือให้ถูกวิธี" ที่รับรองว่าถ้าทุกคนทำตามนี้อย่างละเอียด นอกจากมือจะสะอาดวิ้งค์แล้ว ยังเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่ช่วยให้เราและคนที่เรารักปลอดภัยจากสารพัดโรคภัยไข้เจ็บรอบตัวค่ะ มาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ!

ทำไมการล้างมือถึงเป็น "วัคซีนที่ง่ายที่สุด" ในชีวิตประจำวัน ?

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องขั้นตอน อยากชวนทุกคนมาเข้าใจเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กันสักนิดค่ะ ว่าทำไมคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขทั่วโลกถึงรณรงค์เรื่องการล้างมือกันนัก

นั่นเป็นเพราะว่ามือ คือพาหะอันดับหนึ่งที่นำสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ลองนึกภาพตามนะคะ ในหนึ่งชั่วโมง คนเราเผลอเอามือไปสัมผัสใบหน้า ขยี้ตา แคะจมูก หรือหยิบขนมเข้าปากเฉลี่ยกว่า 20 ครั้ง เชื้อโรคที่ติดอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ เมื่อมาอยู่บนมือเราแล้ว ก็จะใช้จังหวะนี้แหละค่ะเดินทางเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจของเราทันที

การล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ครบ 7 ขั้นตอน โดยใช้เวลาอย่างน้อย 20 วินาที (หรือเทียบเท่าง่าย ๆ คือการร้องเพลงช้าง หรือเพลง Happy Birthday จบ 2 รอบ) สบู่จะเข้าไปทำลายแรงตึงผิวและปลอกหุ้มที่เป็นไขมันของไวรัสและแบคทีเรีย ทำให้พวกมันอ่อนแอและหลุดลอยไปกับน้ำ ซึ่งวิธีการง่ายๆ แค่นี้ สามารถลดอัตราการป่วยด้วยโรคท้องร่วงได้ถึง 50% และลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (เช่น ไข้หวัดใหญ่, โควิด-19, หรือ RSV ในเด็ก) ได้ถึง 20% เลยทีเดียวค่ะ เห็นไหมว่ามันคือวิคซีนธรรมชาติที่เราสร้างได้เองด้วยสองมือจริง ๆ

เจาะลึกวิธีกำจัดเชื้อโรค 7 ขั้นตอนล้างมือให้สะอาดหมดจด

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน เรามาฝึกล้างมือไปพร้อม ๆ กันทีละขั้นตอนเลยนะคะ อย่าลืมว่าต้องเปิดน้ำให้ชุ่มมือ กดสบู่ในปริมาณที่พอเหมาะประมาณเหรียญ 5 บาท แล้วเริ่มลุยกันเลยค่ะ!

ขั้นตอนที่ 1 : ฝ่ามือถูฝ่ามือ (ท่าหน้ามือเจอกัน)

เริ่มต้นด้วยท่าเบสิกที่ทุกคนคุ้นเคยค่ะ ให้ชโลมสบู่ให้ทั่วแล้วนำฝ่ามือทั้งสองข้างมาประกบกัน จากนั้นขัดถูไปมาในแนววงกลมและแนวตั้งเน้นบริเวณกลางฝ่ามือ ขั้นตอนนี้จะเกิดฟองนุ่ม ๆ ซึ่งฟองสบู่จะเริ่มเข้าไปดักจับสิ่งสกปรก คราบเหงื่อไคล และฝุ่นผงที่อยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือซึ่งเป็นจุดแรกที่เราใช้สัมผัสสิ่งของเป็นอันดับแรกค่ะ ถูวนไปประมาณ 5-6 ครั้งนะคะ

ขั้นตอนที่ 2 : ฝ่ามือถูหลังมือ และนิ้วถูซอกนิ้ว (ท่าหลังมือและซอกนิ้ว)

อย่าลืมนะคะ ว่าเชื้อโรคไม่ได้เกาะอยู่แค่ด้านหน้ามืออย่างเดียว หลังมือและซอกนิ้วด้านหลังคือจุดอับที่คนมักลืมบ่อยที่สุดค่ะ วิธีคือให้ทุกคนใช้ฝ่ามือข้างขวาคว่ำลงบนหลังมือข้างซ้าย จากนั้นสอดนิ้วมือข้างขวาเข้าขัดตามซอกนิ้วของมือซ้ายอย่างทั่วถึง ขยับมือถูขึ้นลงเบาๆ เมื่อเสร็จแล้วให้สลับข้าง นำฝ่ามือข้างซ้ายมาถูหลังมือข้างขวาและซอกนิ้ว ทำสลับไปมาเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่แอบซ่อนอยู่ตามซอกลึกค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 : ฝ่ามือถูฝ่ามือ และนิ้วถูซอกนิ้ว (ท่าประสานซอกนิ้วหน้า)

กลับมาที่ด้านหน้ามือกันอีกครั้งค่ะ คราวนี้ให้เรานำฝ่ามือทั้งสองข้างมาประกบกันตรง ๆ แต่ให้ประสานนิ้วมือทุกนิ้วเข้าด้วยกัน (เหมือนท่าอธิษฐาน) จากนั้นออกแรงถูเน้นไปที่ซอกนิ้วมือด้านหน้า ขยับนิ้วขึ้น-ลงสลับกัน ฟองสบู่จะเข้าไปซอกซอนตามซอกนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ซึ่งเป็นบริเวณที่สะสมเหงื่อและสิ่งสกปรกได้ง่ายมากเนื่องจากเป็นจุดที่เนื้อผิวแนบติดกันเกือบตลอดเวลาค่ะ

ขั้นตอนที่ 4 : หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ (ท่ากำปั้นขัดใจ)

ขั้นตอนนี้อาจจะดูแปลกตาสำหรับบางคนแต่สำคัญมาก ๆ ค่ะ ให้ทุกคนกำมือข้างหนึ่งเป็นกำปั้นหลวมๆ แล้วใช้หลังนิ้วมือ (บริเวณข้อต่อและสันหมัด) ไปขัดถูบนฝ่ามือของอีกข้างหนึ่งในลักษณะถูไปมาซ้ายขวา สลับทำทั้งสองข้าง ขั้นตอนนี้จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังตรงข้อต่อของนิ้วมือ รวมถึงหลังนิ้วมือที่มักจะมีรอยพับรอยย่น ซึ่งเป็นที่อยู่ชั้นดีของแบคทีเรียตัวร้ายค่ะ

ขั้นตอนที่ 5 : ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ (ท่าหมุนคว้างนิ้วโป้ง)

รู้ไหมคะ ทุกคนว่า "นิ้วหัวแม่มือ" หรือนิ้วโป้งของเรา เป็นนิ้วที่ทำงานหนักที่สุด! ไม่ว่าจะใช้กดพิมพ์แชตโทรศัพท์ หยิบจับแก้วน้ำ หรือเปิดประตู แต่แปลกมากที่สถิติระบุว่านิ้วโป้งคือจุดที่คนล้างมือสะอาดน้อยที่สุดค่ะ วิธีการล้างที่ถูกต้องคือ ให้ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งกำรอบนิ้วหัวแม่มือของอีกข้างให้มิด แล้วออกแรงหมุนวนไปรอบ ๆ เป็นวงกลม ขัดตั้งแต่โคนนิ้วไปจนถึงปลายนิ้ว จากนั้นสลับทำแบบเดียวกันกับนิ้วหัวแม่มืออีกข้าง เพื่อล้างคราบสกปรกจากการสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์ออกไปให้หมดค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 : ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ (ท่าเกาฝ่ามือขจัดสิ่งสกปรก)

สำหรับใครที่ชอบไว้เล็บยาว หรือแม้แต่คนเล็บสั้นก็ตาม ขั้นตอนนี้ห้ามข้ามเด็ดขาดเลยนะคะ! ให้ทุกคนรวบปลายเล็บและปลายนิ้วมือทั้งหมดเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปขัดถูในแนวขวางไป-มาบนฝ่ามือของอีกข้างหนึ่ง ฟองสบู่จะถูกแรงขัดดันเข้าสู่ใต้เล็บมือ ช่วยชะล้างเศษฝุ่น คราบดิน หรือเชื้อโรคที่ฝังตัวอยู่ใต้เล็บให้หลุดออกอย่างง่ายดาย สลับทำทั้งสองข้างเพื่อสุขอนามัยที่ดีและเล็บที่สะอาดสะอ้านค่ะ

ขั้นตอนที่ 7 : ถูรอบข้อมือ (ท่าวาดสร้อยข้อมือสะอาด)

เดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะทุกคน อย่าเพิ่งรีบเปิดน้ำล้างฟองออกนะคะ ให้ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งกำรอบข้อมือของอีกข้าง แล้วออกแรงถูวนไปรอบๆ ข้อมือ เหมือนเรากำลังหมุนกำไลหรือวาดสร้อยข้อมือ จากนั้นสลับข้างทำแบบเดียวกัน เพราะข้อมือคือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างแขนและมือ มักจะสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน หน้าจอ หรือสิ่งสกปรกที่อาจกระเด็นมาโดนระหว่างวันโดยที่เราไม่รู้ตัวค่ะ

เมื่อทำครบทั้ง 7 ขั้นตอนอย่างใจเย็นและทั่วถึงแล้ว ให้เปิดน้ำสะอาดไหลผ่านเพื่อชะล้างฟองสบู่และสิ่งสกปรกออกให้หมดจด จากนั้น ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเช็ดมือให้แห้งสนิท ค่ะ แนะนำให้ใช้กระดาษชำระแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือผ้าเช็ดมือที่แห้งและสะอาด เพราะมือที่เปียกชื้นจะดึงดูดและแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่ายกว่ามือที่แห้งถึง 1,000 เท่าเลยค่ะ!

ช่วงเวลาไหนบ้างที่ "ทุกคน" ต้องล้างมือทันที?

นอกจากจะรู้วิธีล้างมือที่ถูกต้องแล้ว การรู้ "จังหวะเวลา" ก็สำคัญไม่แพ้กันเพื่อสร้างนิสัยสุขอนามัยที่ดี นี่คือจังหวะชีวิตที่ทุกคนควรเดินเข้าห้องน้ำไปล้างมือทันทีค่ะ

  1. ก่อนและหลังรับประทานอาหาร: ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากมือเข้าสู่ปาก และป้องกันคราบอาหารติดมือ

  2. หลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคกลุ่ม E. coli ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรง

  3. หลังจากไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก: เพื่อไม่ให้เชื้อหวัดแพร่กระจายไปยังสิ่งของชิ้นอื่นที่เราไปจับต่อ

  4. หลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง: แม้แต่น้องหมาน้องแมวที่บ้านสะอาดแค่ไหน ก็อาจมีแบคทีเรียเฉพาะตัวที่ผิวหนังได้ค่ะ

  5. เมื่อกลับเข้าบ้านจากที่สาธารณะ: ล้างสิ่งสกปรกจากโลกภายนอกทิ้งไป ก่อนจะไปกอดคนที่บ้านค่ะ

ความสะอาดและสุขอนามัย หัวใจสำคัญของ "ธุรกิจบริการ"

จากเรื่องการล้างมือในชีวิตประจำวัน ขยับขยายมาสู่ภาคธุรกิจกันบ้างค่ะทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผู้ประกอบการในธุรกิจบริการ" ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านนวดแผนไทย, สปาเพื่อสุขภาพ, ร้านเสริมสวย, ซาลอนทำผม, ร้านทำเล็บ, คลินิกความงาม หรือแม้กระทั่งร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ (Pet Shop) สิ่งที่ลูกค้าใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าจะกลับมาใช้บริการซ้ำหรือไม่ นอกเหนือจากฝีมือแล้ว ก็คือ "ความสะอาดและสุขอนามัย" นี่แหละค่ะ

ลองนึกภาพตามนะคะ พนักงานนวด ช่างทำผม หรือช่างทำเล็บ ต้องใช้ "มือ" สัมผัสกับเนื้อตัว ผิวหน้า และร่างกายของลูกค้าโดยตรง หากพนักงานไม่มีการรักษาความสะอาดที่เคร่งครัด ไม่มีขั้นตอนการล้างมือหรือฆ่าเชื้อที่ดีพอ ลูกค้าจะรู้สึกไม่สบายใจทันที และอาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของร้านได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริง เจ้าของร้านหรือผู้ประกอบการหลายคนมักจะเจอปัญหาชวนปวดหัวใช่ไหมคะ ลำพังแค่ต้องเดินตรวจความสะอาดในร้าน ดูแลการบริการของพนักงาน ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมานั่งปวดหัวกับระบบหลังบ้าน การจัดคิวลูกค้าที่สลับซับซ้อน การเช็กสต็อกน้ำมันนวดหรือน้ำยาทำเล็บที่ชอบหมดไม่รู้ตัว และการคิดเงินค่านวด ค่าคอมมิชชั่นพนักงานที่สูตรคำนวณยุ่งยากเหลือเกิน จนบางครั้งแทบไม่มีเวลาไปโฟกัสเรื่องการพัฒนาคุณภาพร้านเลย

ถ้าทุกคนกำลังเจอปัญหานี้อยู่ วันนี้เรามีตัวช่วยสุดสตรองที่จะมาเปลี่ยนงานบริหารร้านที่ยุ่งเหยิงให้กลายเป็นเรื่องง่าย สะอาด และเป็นระบบระเบียบ ขอแนะนำให้รู้จักกับ Sherwe POS โปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจบริการออนไลน์ที่ดีที่สุดในยุคนี้ค่ะ

ทำไม Sherwe POS ถึงเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจบริการของคุณ ?

  • ระบบจองคิวและนัดหมายอัจฉริยะ : หมดปัญหาลูกค้ามาออกันหน้าร้าน หรือจัดคิวช่างชนกัน ระบบของ Sherwe POS ช่วยให้คุณจัดตารางคิวพนักงานนวด ช่างทำผม หรือเตียงสปาได้อย่างแม่นยำ ลูกค้าแฮปปี้ไม่ต้องนั่งรอนาน ลดความแออัดในร้านตามหลักสุขอนามัย

  • คำนวณค่ามือและค่าคอมมิชชั่นอัตโนมัติ : ไม่ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลขหรือทำสูตร Excel ให้ปวดตาอีกต่อไป ระบบสามารถตั้งค่าและคิดค่ามือพนักงานตามประเภทงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส ตรวจสอบได้ง่ายทั้งเจ้าของร้านและพนักงาน

  • ระบบควบคุมสต็อกสินค้าและวัตถุดิบ (Inventory) : ช่วยตัดสต็อกน้ำมันนวด ครีม แชมพู หรือน้ำยาทาเล็บแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณรู้ว่าของชิ้นไหนกำลังจะหมดและต้องสั่งเพิ่มเมื่อไหร่ ป้องกันปัญหาของขาดมือระหว่างให้บริการลูกค้า

  • ทำงานบนระบบ Cloud ปลอดภัย 100% : เป็นระบบ Cloud Based (บนระบบ Amazon Web Services - AWS) ที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูงมาก ทุกคนสามารถล็อกอินเข้าดูยอดขาย บริหารจัดการร้านได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่จำกัดจำนวนเครื่องและจำนวนผู้ใช้งานในร้านเลยค่ะ

  • มัดใจลูกค้าด้วยระบบ Sherwe CRM : ตัวช่วยชั้นดีในการสร้างฐานลูกค้าลอยัลตี้ โดยระบบสามารถเชื่อมต่อกับ Line Official Account (LINE OA) เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนวันนัดหมาย ส่งโปรโมชั่นพิเศษ หรือมอบสิทธิประโยชน์วันเกิดตรงเข้ามือถือลูกค้าทันที ช่วยเพิ่มโอกาสการกลับมาใช้บริการซ้ำได้อย่างยอดเยี่ยม

การทำธุรกิจบริการในยุคนี้ ความเป็นมืออาชีพ ความสะอาด และความสะดวกรวดเร็วต้องมาคู่กันค่ะ ให้ Sherwe POS เข้ามาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งในการจัดการร้านค้าของคุณ เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาไปดูแลลูกค้าและพัฒนาบริการให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

 
 
 

Comments


bottom of page