top of page

มือลอกเกิดจากอะไร ? ชวนดูสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาอย่างถูกวิธี

  • Writer: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • Jul 13
  • 2 min read

เคยไหมคะที่อยู่ ๆ วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าผิวมือของตัวเองเปลี่ยนไป จากที่เคยเนียนนุ่มน่าสัมผัส กลับกลายเป็นแห้งกร้าน ลูบไปตรงไหนก็สากมือ และที่น่าหนักใจที่สุดก็คืออาการ "มือลอก" หรือ "นิ้วลอก" ที่เริ่มจากจุดเล็กๆ จนกลายเป็นขุยๆ แล้วค่อย ๆ ลุกลามลอกออกมาเป็นแผ่นๆ บางครั้งลอกจนเนื้อผิวชั้นในบางลง ส่งผลให้เกิดอาการแสบ แดง หรือถึงขั้นแตกเป็นร่องเลือดซิบๆ ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการหยิบจับสิ่งของ การทำงาน หรือแม้กระทั่งเวลาที่ต้องยื่นมือไปทำความรู้จักหรือสัมผัสมือกับคนรอบข้าง

ปัญหามือลอกเป็นสิ่งที่เราพบได้บ่อยมากๆ ในคลินิกผิวหนังค่ะ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยโดยไม่มีข้อยกเว้น หลายคนมักจะคิดไปเองว่า "อ๋อมือลอกเพราะล้างจานแน่เลย" หรือ "สงสัยช่วงนี้อากาศแห้งเฉยๆ มั้ง" แต่ทุกคนรู้ไหมคะว่า ในความเป็นจริงแล้ว อาการมือลอกสามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคผิวหนังบางชนิด หรือความผิดปกติภายในร่างกายที่เราไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาดเลยค่ะ ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกๆ แง่มุมกันค่ะว่า อาการมือลอกนี้แท้จริงแล้วเกิดจากอะไรกันแน่ มีอาการร่วมแบบไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ พร้อมทั้งเคล็ดลับและวิธีดูแลรักษาผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดีอย่างถูกวิธีกัน!

ชวนดูสาเหตุหลักทำไมมือถึงลอกได้ขนาดนี้ ?

อาการผิวหนังหลุดลอกที่บริเวณมือและนิ้วมือนั้น เกิดจากการที่วงจรการผลัดเซลล์ผิวหนังกำพร้าชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) เกิดความผิดปกติ หรือเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจนเกาะกันไม่อยู่ ซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ อย่างชัดเจนตามนี้เลยค่ะ

สาเหตุจากปัจจัยภายนอก (External Factors)

ปัจจัยภายนอกมักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อม และสารเคมีต่างๆ ที่มือของเราต้องไปสัมผัสโดยตรงค่ะ ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ (Skin Barrier) และดึงเอาความชุ่มชื้นรวมถึงน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกไปอย่างรวดเร็ว

  • การสัมผัสสารเคมีหรือสารทำละลายที่รุนแรง : นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ เลยค่ะทุกคน น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ สเปรย์ฉีดยุง หรือแม้กระทั่งน้ำยาเช็ดกระจก สารเคมีเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างเข้มข้น ซึ่งมีหน้าที่ขจัดคราบไขมันบนสิ่งของ ดังนั้นเมื่อมันมาสัมผัสกับผิวหนังของเรา มันจึงขจัดน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเราออกไปด้วย ทำให้ผิวแห้งตึง อักเสบ และหลุดลอกในที่สุดค่ะ

  • การล้างมือบ่อยเกินไปและการใช้เจลแอลกอฮอล์ : ตั้งแต่เราผ่านยุคโรคระบาดมา พฤติกรรมการล้างมือบ่อยๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นใช่ไหมคะ แต่การล้างมือด้วยสบู่บ่อยเกินไป โดยเฉพาะการใช้น้ำอุ่น หรือการชโลมเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงตลอดทั้งวัน แอลกอฮอล์จะระเหยไปพร้อมกับดึงความชุ่มชื้นออกจากเซลล์ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวแห้งสากอย่างรุนแรงและเกิดการลอกเป็นขุยได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ

  • สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง : ทุกคนสังเกตไหมคะว่าในช่วงหน้าหนาว หรือสำหรับคนที่ต้องทำงานในห้องแอร์ที่เปิดอุณหภูมิเย็นจัดเป็นเวลานาน ๆ ผิวมือจะแห้งลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความชื้นในอากาศต่ำ อากาศจะดูดซับน้ำและความชุ่มชื้นออกจากผิวของเราไปตลอดเวลา จนทำให้ผิวหนังชั้นบนสุดแห้งกรอบและหลุดลอกออกมา

  • การถูกแสงแดดแผดเผา (Sunburn) : หลายคนมักลืมทาครีมกันแดดที่บริเวณหลังมือและฝ่ามือเวลาขับรถหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง นานวันเข้า รังสี UV ในแสงแดดจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นนอก ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ แดง คล้ำเสีย และลอกออกมาเป็นแผ่นๆ คล้ายกับเวลาที่ผิวหลังลอกหลังจากไปเที่ยวทะเลเลยค่ะ

สาเหตุจากปัจจัยภายในและโรคผิวหนัง (Internal Factors & Skin Diseases)

ในบางกรณี อาการมือลอกไม่ได้เกิดจากสิ่งภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของเราเองค่ะ ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างถูกต้อง

  • โรคผื่นผิวหนังอักเสบที่มือ (Hand Eczema) : เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มคนทำงานบ้าน ช่างทำผม หรือบุคลากรทางการแพทย์ มักมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมร่วมกับการถูกกระตุ้นจากสารระคายเคือง ผิวหนังจะมีลักษณะแห้ง แดง คันยิบๆ แสบ และลอกหลุดอยู่ตลอดเวลา

  • โรคผื่นผิวหนังชนิดตุ่มน้ำใส (Dyshidrotic Eczema หรือ Pompholyx) : โรคนี้จะมีความจำเพาะมากค่ะทุกคน โดยจะเริ่มจากการมีตุ่มน้ำใส ๆ เม็ดเล็ก ๆ ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือหรือด้านข้างของนิ้วมือ มีอาการคันรุนแรงมาก และเมื่อตุ่มน้ำเหล่านี้แห้งลง ผิวหนังบริเวณนั้นก็จะลอกออกเป็นแผ่นวงกว้างและเจ็บแสบมาก

  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) : หากทุกคนมีอาการผิวลอกที่มีลักษณะหนาเป็นปื้น มีสะเก็ดสีเงินคลุมอยู่บนรอยแผลสีแดงชัดเจน ไม่เพียงแค่ที่มือแต่รวมถึงข้อศอก เข่า หรือหนังศีรษะ นี่อาจเป็นสัญญาณของโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติถึง 10 เท่าค่ะ

  • การติดเชื้อราที่มือ (Fungal Infection / Tinea Manuum) : หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเชื้อราที่ผิวหนัง มักเกิดจากการหยิบจับสิ่งของที่สกปรก อับชื้น หรือติดมาจากเชื้อราที่เท้า (ฮ่องกงฟุต) ลักษณะเด่นคือ ผิวจะลอกเป็นวงๆ มีขอบชัดเจน คันมาก และมักจะเกิดที่มือข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลักก่อนที่จะลามไปอีกข้างค่ะ

  • ภาวะขาดสารอาหารหรือวิตามินบางชนิด : การที่ทุกคนรับประทานอาหารไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะการขาดวิตามินเอ วิตามินบี (เช่น บี3 หรือไนอาซิน) และวิตามินซี สารอาหารเหล่านี้มีส่วนสำคัญมากในการสร้างคอลลาเจนและรักษาความชุ่มชื้นของผิว เมื่อขาดไปจึงทำให้ผิวพรรณอ่อนแอ แห้งกร้าน และหลุดลอกง่ายขึ้นค่ะ

คำเตือนสำคัญจากใจนะคะทุกคน : เวลาที่ผิวมือเริ่มลอกเป็นขุยเล็กๆ หลายคนมักจะติดนิสัยชอบใช้นิ้วเด็ด แกะ หรือดึงผิวหนังส่วนที่ลอกนั้นออกด้วยความมันเขี้ยว ขอบอกเลยค่ะว่าห้ามทำเด็ดขาดเลยนะ! เพราะการดึงจะทำให้ผิวหนังส่วนที่ดีหลุดติดออกมาด้วย เกิดเป็นแผลเปิดลึกแสบ และเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายจนอักเสบติดเชื้อเป็นหนองได้ง่ายที่สุดค่ะ

สังเกตอาการร่วมแบบไหนคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ ?

เนื่องจากอาการมือลอกเกิดได้จากหลายสาเหตุ การสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ จะช่วยให้ทุกคนสามารถประเมินความรุนแรงในเบื้องต้นได้ค่ะ ว่าอาการของเราเป็นเพียงแค่ผิวแห้งธรรมดา หรือกำลังเป็นโรคผิวหนังที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยเราสามารถแบ่งระดับอาการออกได้ดังนี้ค่ะ

อาการระดับทั่วไป (สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้)

มักมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศแห้งหรือแพ้สารเคมีชนิดอ่อน ๆ อาการคือ ผิวจะลอกหลุดเป็นขุยบาง ๆ สีขาวสะอาดยามผิวแห้ง มักลอกบริเวณปลายนิ้วมือหรือฝ่ามือ ลอกแล้วไม่มีอาการเจ็บ ไม่มีรอยแดงชัดเจน และไม่มีน้ำเหลืองไหลซึม อาการในระดับนี้ทุกคนสามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ด้วยการบำรุงผิวอย่างเข้มข้นและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นค่ะ

อาการระดับรุนแรง (สัญญาณเตือนว่าควรพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว)

หากทุกคนพบว่าอาการมือลอกของตัวเองมีลักษณะร่วมดังต่อไปนี้ ขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปซื้อยามาทาเองตามร้านขายยาเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจจะทำให้โรคลุกลามและรักษายากขึ้นค่ะ

  • มีตุ่มน้ำใส ๆ เม็ดเล็ก ๆ ขึ้นหนาแน่นตามฝ่ามือหรือง่ามนิ้ว ร่วมกับอาการคันทรมานจนนอนไม่หลับ

  • ผิวหนังที่ลอกเริ่มหนาตัวขึ้น มีสีแดงจัด บวมเป่ง และรู้สึกร้อนบริเวณฝ่ามือ

  • ผิวแห้งและลอกจนเนื้อแตกออกเป็นร่องลึก (Fissures) คล้ายดินแตกหน้าแล้ง มีเลือดไหลซึมออกมา และเจ็บปวดมากเวลาขยับนิ้วมือหรือหยิบจับสิ่งของ

  • มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกมาจากรอยแยกของผิว หรือมีผื่นหนองเม็ดเล็กๆ แทรกขึ้นมา บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

  • อาการลอกไม่ยอมหายหลังจากดูแลตัวเองเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มลุกลามขยายวงกว้างขึ้นไปที่ข้อมือ แขน หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

แนวทางการรักษาและวิธีดูแลผิวมืออย่างถูกวิธี ให้มือนุ่มชุ่มชื้นตลอดไป

เมื่อทุกคนลองสังเกตอาการของตัวเองและรู้เท่าทันสาเหตุแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือ "การฟื้นฟูและการรักษา" ค่ะ เพื่อให้ผิวมือของเรากลับมาเรียบเนียน นุ่มนวล ชวนสัมผัสอีกครั้ง โดยแบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ค่ะทุกคน

การรักษาทางการแพทย์ (Medical Treatments)

ในกรณีที่ทุกคนไปพบแพทย์ผิวหนังและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผิวหนัง การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขที่ต้นเหตุของโรคนั้น ๆ เช่น

  • ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ (Topical Steroids) : แพทย์จะจ่ายยาประเภทนี้ในกรณีที่ผิวหนังอักเสบเฉียบพลันหรือเป็นผื่นแพ้ เพื่อช่วยลดการอักเสบ แดง และคันอย่างรวดเร็ว ยานี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้นนะคะ ไม่ควรซื้อมาทาเองต่อเนื่องนานๆ เพราะจะทำให้ผิวบางลงค่ะ

  • ยาทาฆ่าเชื้อรา (Antifungal Creams) : หากตรวจพบว่าเกิดจากเชื้อรา แพทย์จะให้ยาทาฆ่าเชื้อรา ซึ่งทุกคนต้องทาอย่างต่อเนื่องทุกวันตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการลอกจะหายดีแล้วก็ยังต้องทาต่ออีกระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำค่ะ

  • ยาทารักษาโรคสะเก็ดเงินหรือยารับประทาน : ในกรณีที่เป็นสะเก็ดเงิน การรักษาจะมีความซับซ้อนขึ้น อาจมีการใช้ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี ยาทาสเตียรอยด์สูตรเข้มข้น หรือยารับประทานเพื่อควบคุมระบบภูมิคุ้มกันค่ะ


วิธีดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน (Daily Self-Care Tips สำหรับทุกคน)

ไม่ว่าทุกคนจะมีอาการมือลอกด้วยสาเหตุใดก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันควบคู่ไปกับการรักษา จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผิวหนังฟื้นตัวได้เร็วที่สุดและป้องกันไม่ให้กลับมาลอกซ้ำอีกค่ะ มาเริ่มทำตามนี้กันเลยนะคะ

  1. ตัดวงจรการสัมผัสสารเคมีโดยตรง เวลาที่ต้องทำงานบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ถูพื้น หรือล้างห้องน้ำ ทุกคนต้องสวมถุงมือยางป้องกันทุกครั้งค่ะ สำหรับใครที่ผิวแพ้ง่ายมากๆ หรือแพ้ถุงมือยาง แนะนำให้สวมถุงมือผ้าฝ้าย (Cotton) ไว้ข้างในก่อนหนึ่งชั้นเพื่อซับเหงื่อ แล้วค่อยสวมถุงมือยางทับด้านนอกค่ะ วิธีนี้ช่วยเซฟผิวมือได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ

  2. เปลี่ยนมาใช้สบู่ล้างมือสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ โละสบู่ก้อนหรือโฟมล้างมือที่มีน้ำหอมแรงๆ หรือสารซักฟอกเข้มข้นทิ้งไปก่อนนะคะทุกคน แล้วหันมาใช้สบู่เหลวสูตรที่ระบุว่า Mild, Hypoallergenic หรือสูตรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย (Gentle Skin Cleanser) ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาฟิล์มไขมันตามธรรมชาติของผิวไว้ค่ะ

  3. ล้างมือด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนในการล้างมือเด็ดขาดค่ะ เพราะน้ำร้อนจะยิ่งละลายไขมันที่เคลือบผิวหนังออกไป ทำให้ผิวแห้งผากทันทีหลังล้างเสร็จ ควรใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติในการล้างมือดีที่สุดค่ะ

  4. ซับมืออย่างเบามือและล็อกความชุ่มชื้นทันที หลังจากล้างมือเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับมือเบาๆ ให้แห้งหมาดๆ ห้ามถูหรือเช็ดแรง ๆ นะคะผิวจะระคายเคือง จากนั้นให้รีบชโลม แฮนด์ครีม (Hand Cream) ทันทีภายใน 3 นาทีหลังล้างมือ เพื่อล็อกโมเลกุลของน้ำและความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้นานที่สุดค่ะ

  5. เลือกแฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมฟื้นฟูผิวเข้มข้น ทุกคนควรเลือกซื้อแฮนด์ครีมที่มีส่วนประกอบของสารให้ความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เช่น Ceramide (เซราไมด์ช่วยซ่อมแซมผิว), Shea Butter (เชียบัตเตอร์ให้ความชุ่มชื้นสูง), Urea (ยูเรียช่วยลดความหยาบกร้าน) หรือ Glycerin แนะนำให้พกหลอดเล็กๆ ติดตัวไว้ในกระเป๋า ทาทุกครั้งหลังล้างมือหรือรู้สึกว่ามือแห้ง ทาได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยค่ะ

  6. บำรุงขั้นสุดก่อนนอน (Overnight Treatment) สำหรับใครที่มือลอกหนักมาก ก่อนนอนให้ชโลมแฮนด์ครีมหรือวาสลีน (Petroleum Jelly) หนาๆ ให้ทั่วมือ จากนั้นสวมถุงมือผ้าฝ้ายนุ่มๆ นอนทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นเช้ามาทุกคนจะพบว่าผิวมือนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

  7. ปรับพฤติกรรมการทานอาหารและดื่มน้ำ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว เพื่อเพิ่มมวลน้ำในเซลล์ผิวจากภายใน และเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันดี (เช่น ปลาทะเล อัลมอนด์ น้ำมันมะกอก) รวมถึงผักผลไม้สีส้มสีแดงที่อุดมไปด้วยวิตามินเอและอี เพื่อช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรง ยืดหยุ่น และซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ

ปัญหามือลอกอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลอย่างถูกวิธี ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราได้นะคะ ดังนั้น หันมาใส่ใจดูแลผิวมือคู่สวยของเราตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มือของทุกคนกลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในทุก ๆ วันค่ะ

เคล็ดลับส่งท้ายสำหรับเจ้าของร้านและผู้ประกอบการทุกคน

การดูแลสุขภาพร่างกายและผิวมือให้พร้อมลุยงานในทุกๆ วันเป็นสิ่งสำคัญมากใช่ไหมคะทุกคน? แต่สำหรับใครที่เป็นเจ้าของร้านค้า เจ้าของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก หรือธุรกิจบริการ ที่ในแต่ละวันต้องวุ่นวายกับการจัดการหน้าร้าน เช็กสต็อกสินค้า ดูแลระบบบัญชี และคอยคุมยอดขาย จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ความเครียดและภาระงานที่หนักหน่วงเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการเงียบที่ทำให้สุขภาพร่างกายและผิวพรรณของเราทรุดโทรมลงได้ง่าย ๆ ค่ะ

จะดีกว่าไหมคะ ? ถ้าทุกคนมีตัวช่วยอัจฉริยะเข้ามาจัดการงานที่ยุ่งเหยิงเหล่านี้ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนบริหารร้านได้อย่างราบรื่น มียอดขายปังๆ และที่สำคัญคือ "มีเวลาเหลือเฟือ" ที่จะหันกลับมาดูแลตัวเอง บำรุงผิวมือ และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ด้วยระบบจัดการร้านค้าและโปรแกรม POS อัจฉริยะจาก Sherwe POS ที่จะช่วยดูแลธุรกิจของทุกคนอย่างมืออาชีพ ครบจบในที่เดียว!

 
 
 

Comments


bottom of page