top of page

คันเป็นวงแดง! โรคผิวหนัง เกิดจากอะไรพร้อมวิธีรักษาให้หาย

  • Writer: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • 3 days ago
  • 2 min read

มีใครกำลังเจอปัญหากวนใจอย่างอาการ "คันผิวหนัง" แถมพอส่องกระจกดูดี ๆ กลับพบว่าผื่นนั้นไม่ได้เป็นแค่ปื้นธรรมดา แต่ดันมีลักษณะเรียงตัวกันเป็น "วงแดง" ชัดเจน อาการผิวหนังคันเป็นวงแดงแบบนี้ นอกจากจะสร้างความรำคาญใจจนทำให้เราเสียบุคลิกภาพจากการต้องคอยนั่งเกาตลอดเวลาแล้ว บางครั้งยังทำให้หลายคนวิตกกังวลไปไกลเลยค่ะว่าเรากำลังเป็นโรคร้ายแรงหรือเปล่า ยิ่งบางคนยิ่งเกาก็ยิ่งลาม ยิ่งทายาก็ยิ่งเห่อ ยิ่งลุกลามใหญ่โตจนไม่รู้จะจัดการยังไงดี  

วันนี้เราจะมาเจาะลึกเนื้อหาแบบละเอียดจัดเต็มกันค่ะ ว่าอาการคันเป็นวงแดงนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง โรคผิวหนังชนิดไหนที่ชอบมาทักทายเราด้วยรูปทรงกลม ๆ แบบนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ วิธีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีที่จะช่วยให้ทุกคนกลับมามีผิวเนียนสวย สุขภาพดี และเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้อีกครั้งค่ะ อย่ารอช้ามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

ทำความเข้าใจเชิงลึกกับลักษณะ "ผื่นคันเป็นวงแดง" (Annular Lesions)

ก่อนที่เราจะดิ่งลึกไปสู่การระบุชื่อโรคและวิธีรักษาที่ตรงจุด ดิฉันอยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจธรรมชาติทางพยาธิวิทยาของผื่นลักษณะนี้กันก่อนนะคะ ในทางการแพทย์และตำราผิวหนัง ผื่นที่มีลักษณะตั้งหลักเป็นวงกลม วงรี หรือวงแหวน จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า "Annular Lesion" ค่ะ คำว่า Annular มาจากภาษาละตินที่แปลว่าวงแหวนนั่นเอง จุดเด่นที่ทำให้ผื่นประเภทนี้แตกต่างจากผื่นแพ้ทั่วไปคือ "ขอบของวง" มักจะมีความนูนเด่น มีสีแดงเข้ม มีขุยหนา หรือแม้กระทั่งมีตุ่มน้ำใสๆ เกาะเรียงตัวกันอย่างเห็นได้ชัดเจนมากกว่าบริเวณใจกลางของวงค่ะ ในขณะที่บริเวณตรงกลางวงนั้น ผิวหนังอาจจะดูเรียบเนียนเกือบเป็นปกติ หรือมีสีผิวที่ซีดจางลง

ทำไมผิวหนังของเราถึงสร้างผื่นแปลก ๆ เป็นรูปวงกลมแบบนี้ขึ้นมา คำตอบก็คือ มันเป็นรูปแบบการกระจายตัวของปฏิกิริยาอักเสบหรือการเจริญเติบโตของเชื้อโรคค่ะ โดยเชื้อโรคหรือสารกระตุ้นจะเริ่มฝังตัวและก่อตัวจาก "จุดศูนย์กลาง" ก่อน จากนั้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราจะพยายามขับไล่ หรือตัวเชื้อโรคเองพยายามจะแผ่ขยายอาณาเขตออกไปรอบทิศทางในอัตราความเร็วที่เท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็นการขยายขอบเขตออกเป็นวงกว้างเหมือนระลอกคลื่นบนผิวน้ำเวลาเราโยนก้อนหินลงไปค่ะ ดังนั้น บริเวณขอบวงด้านนอกสุดจึงเป็นบริเวณที่กำลังเกิดการต่อสู้รุนแรงที่สุด มีการอักเสบหนาแน่นที่สุด หรือมีตัวเชื้อโรคอาศัยอยู่มากที่สุดนั่นเองค่ะทุกคน ด้วยเหตุนี้ การสังเกตรายละเอียดของขอบวงจึงเป็นกุญแจสำคัญที่แพทย์ใช้แยกแยะโรคค่ะ

เจาะลึก 3 โรคผิวหนังตัวการสำคัญ ที่ทำให้เกิดอาการ "คันเป็นวงแดง"

เมื่อทุกคนลองส่องกระจกและสำรวจร่างกายแล้วพบผื่นวงแดง อย่าเพิ่งเหมาเข่งว่าตัวเองเป็นโรคสกปรกนะคะ เพราะผื่นลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยมากค่ะ ดิฉันได้รวบรวม 3 โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดในคลินิกผิวหนังมาให้ทุกคนได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกันแบบละเอียดทีละโรคแล้วค่ะ

โรคกลาก (Ringworm หรือ Tinea) วายร้ายจากเชื้อรา

โรคนี้ขอยกให้เป็นจำเลยอันดับหนึ่งเลยค่ะทุกคน! หลายคนมักสับสนระหว่างกลากกับเกลื้อน แต่ถ้าเป็นวงแหวนคันๆ ต้องนึกถึง "กลาก" เท่านั้นค่ะ โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งเป็นเชื้อราที่ชอบกินเคราตินหรือโปรตีนในผิวหนังชั้นขี้ไคลของเราเป็นอาหาร สามารถขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกายตั้งแต่ศีรษะ ใบหน้า ลำตัว แขน ขา ไปจนถึงง่ามนิ้วเท้าค่ะ

ลักษณะเด่นเฉพาะตัวของโรคกลากที่ทุกคนสังเกตได้คือ ผื่นจะเป็นวงกลมชัดเจนมาก ขอบของวงจะนูนแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มีขุยสีขาวละเอียดหรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็กจิ๋วเรียงรายอยู่ตามขอบวง และที่สำคัญคือ "ตรงกลางวงจะค่อย ๆ หายและเรียบเนียนจนเกือบเป็นผิวปกติ" ทำให้ดูเหมือนวงแหวนจริงๆ ค่ะ อาการคันของโรคกลากจะรุนแรงมาก ยิ่งเวลาที่ร่างกายร้อน มีเหงื่อออก หรืออยู่ในที่อับชื้น อาการคันจะทวีคูณจนแทบอยากจะเกาให้ผิวถลอกเลยค่ะ โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายมากๆ จากการสัมผัสผิวหนังผู้ป่วยโดยตรง การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือติดมาจากสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น น้องแมว (เชื้อราแมวที่ทิ้งผื่นวงแดงคันๆ ไว้ให้ทาส) และน้องหมาค่ะ

ผื่นผิวหนังอักเสบรูปเหรียญ (Nummular Eczema) ผลลัพธ์จากผิวแห้งกร้าน

สำหรับโรคที่สองนี้ หน้าตาภายนอกอาจจะดูคล้ายโรคกลากจนทำให้ทุกคนเข้าใจผิดบ่อยๆ แต่สาเหตุต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยค่ะ เพราะผื่นรูปเหรียญไม่ได้เกิดจากเชื้อราหรือเชื้อโรคใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จัดอยู่ในกลุ่ม "โรคผิวหนังอักเสบ" (Eczema) ที่เกิดจากโครงสร้างผิวอ่อนแอ ผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง หรือระบบภูมิคุ้มกันผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบข้างมากเกินไปค่ะ

วิธีการสังเกตจุดต่างเพื่อไม่ให้จำสับสนกับกลากก็คือ ผื่นรูปเหรียญจะมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรีที่ทึบตัน ขนาดเท่าๆ กับเหรียญบาทหรือเหรียญสิบ เนื้อผื่นจะมีความแดง หนา และแผ่สม่ำเสมอกันทั่วทั้งวง จะไม่มีการจางลงหรือเรียบเนียนตรงกลางวงเหมือนโรคกลากค่ะ ในระยะแรกเริ่มผื่นอาจมีตุ่มแดงคันหนาแน่น บางรายมีน้ำเหลืองซึมเยิ้มออกมา จากนั้นจะค่อย ๆ แห้งกลายเป็นแผลสะเก็ดหนาๆ และมีอาการคันคะเยอระยับทรมานใจมาก โรคนี้มักจะมาเยือนในช่วงที่อากาศแห้งและหนาว ในคนที่มี พฤติกรรมชอบอาบน้ำอุ่นจัดเป็นประจำ หรือคนที่มีพื้นฐานเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) อยู่เดิมแล้วค่ะ ความเครียดและการพักผ่อนน้อยก็เป็นตัวเร่งให้ผื่นเหรียญบาทนี้เห่อขึ้นมาได้เช่นกันค่ะ

ผื่นกุหลาบ (Pityriasis Rosea) ผื่นปริศนาหลังร่างกายอ่อนแอ โรคนี้เป็นโรคที่สร้างความตกใจและตื่นตระหนกให้กับทุกคนได้มากที่สุดเลยค่ะ เพราะอยู่ดี ๆ ผื่นก็ขึ้นเต็มตัวจนน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดค่ะ ผื่นกุหลาบมักจะเริ่มเปิดฉากด้วยผื่นวงแดงขนาดใหญ่เดี่ยว ๆ นำร่องมาก่อนวงหนึ่ง เรียกว่า "ผื่นปฐมภูมิ" หรือ "Herald Patch" ขนาดประมาณ 2 - 10 เซนติเมตร มักจะแอบขึ้นบริเวณแผ่นหลัง หน้าอก หรือหน้าท้อง มีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรีสีชมพูกุหลาบ ขอบนูนเล็กน้อยและมีขุยละเอียดลอกอยู่ด้านในของขอบวงค่ะ  

หลังจากผื่นปฐมภูมิขึ้นมาอวดโฉมได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ คราวนี้แหละค่ะทุกคน กองทัพผื่นวงแดงขนาดเล็กกว่า (ประมาณ 1-2 เซนติเมตร) จะเริ่มกระจายตัวระเบิดพรึบขึ้นมาตามลำตัว แขน และขา โดยความมหัศจรรย์คือ ผื่นเล็กๆ เหล่านี้จะเรียงตัวตามแนวเส้นขอบรอยพับของผิวหนังบริเวณหลัง ดูแล้วมีรูปทรงคล้ายกับ "ต้นคริสต์มาส" (Christmas Tree Pattern) อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะ สาเหตุที่แท้จริงทางการแพทย์ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการกระตุ้นของเชื้อไวรัสในกลุ่มแฮร์ปีส์ (Human Herpesvirus) บางสายพันธุ์ ในช่วงที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันตก อาการคันมีได้ตั้งแต่ไม่คันเลย ไปจนถึงคันปานกลางค่ะ และข่าวดีคือโรคนี้ไม่ติดต่อสู่ผู้อื่น และจะค่อยๆ อันตรธานหายไปได้เองค่ะ

คำเตือนสำคัญ : ทุกคนห้ามเดินเข้าตรวจสอบร้านขายยาแล้วบอกว่า "ซื้อยาแก้กลากเกลื้อน" มาทาเองส่งเดชเด็ดขาดนะคะ! เพราะหากผื่นของทุกคนเป็นผื่นผิวหนังอักเสบรูปเหรียญ ตัวยาฆ่าเชื้อราจะยิ่งทำให้ผิวแห้งผากระคายเคืองหนักกว่าเดิม หรือถ้าแย่กว่านั้น ผื่นเป็นกลาก (เชื้อรา) แต่ทุกคนไปหยิบยาทาสเตียรอยด์เข้มข้นมาทาเพราะคิดว่าเป็นผื่นแพ้ สเตียรอยด์จะกลายเป็นอาหารอันโอชะที่ช่วยให้เชื้อราเจริญเติบโต เบ่งบาน และขยายวงกว้างจนอักเสบพุพอง รักษายากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ!

แนวทางการรักษาตามหลักการแพทย์และคัมภีร์กู้ผิวสวยให้หายขาด

เมื่อทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้และพอจะแยกแยะโรคได้คร่าว ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือกระบวนการรักษาและการดูแลปฏิบัติตนอย่างถูกวิธี เพื่อตัดวงจรไม่ให้ผื่นคันกลับมาหลอกหลอนเราได้อีกค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ตามนี้ค่ะ

การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ (Medical Treatments)

  • การจัดการโรคกลาก (เชื้อรา) : ทุกคนต้องใช้ ยาทาฆ่าเชื้อราภายนอก เป็นอาวุธหลักค่ะ ตัวอย่างเช่นครีมที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole, Clotrimazole, Miconazole หรือ Terbinafine วิธีทาที่ถูกต้องคือต้องทาบางๆ บริเวณตัวผื่น และต้องทาเผื่อลากเลยขอบวงสีแดงออกไปรอบๆ อีกประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร ทาวันละ 2 ครั้ง หลังอาบน้ำและเช็ดผิวแห้งแล้ว และกฎเหล็กที่ห้ามบิดพลิ้วคือ ต้องทาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง 2 - 4 สัปดาห์ แม้ว่าผื่นวงแดงจะยุบหายไปและไม่มีอาการคันแล้วก็ตาม เพื่อถอนรากถอนโคนสปอร์ของเชื้อราให้หมดจดค่ะ หากผื่นลามกว้างมากแพทย์จะสั่งยาทานฆ่าเชื้อราควบคู่ไปด้วยค่ะ  

  • การจัดการผื่นผิวหนังอักเสบรูปเหรียญ : เป้าหมายหลักคือการระงับปฏิกิริยาอักเสบและเติมน้ำให้ผิวค่ะ แพทย์มักจะให้ใช้ ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ (Topical Corticosteroids) ที่มีความเข้มข้นปานกลางถึงสูง เช่น Triamcinolone acetonide หรือ Betamethasone ทาเฉพาะจุดที่เป็นผื่นวันละ 1 - 2 ครั้ง เพื่อกดอาการอักเสบ (ห้ามทาต่อเนื่องยาวนานเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่มีแพทย์ควบคุม) ควบคู่กับการประโคมครีมบำรุงผิวหรือมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นสำหรับผิวแพ้ง่ายทาทับทันทีหลังอาบน้ำเพื่อล็อกความชุ่มชื้นค่ะ  

  • การจัดการผื่นกุหลาบ : เนื่องจากโรคนี้สามารถเยียวยาและหายไปได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการเพื่อไม่ให้ทุกคนทรมานค่ะ โดยแพทย์จะเน้นให้ทายาลดอาการคันอย่าง คาลาไมน์โลชั่น (Calamine Lotion) หรือให้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดอ่อนโยน และจ่ายยารับประทานแก้แพ้ลดคันในกลุ่มแอนติฮิสตามีน (Antihistamines) เช่น Hydroxyzine หรือ Cetirizine เพื่อช่วยให้ทุกคนนอนหลับสบายไม่ลุกขึ้นมาเกาในตอนกลางคืน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle Modifications) เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

การพึ่งพายาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวไม่อาจการันตีการหายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ หากเรายังมีพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เปิดประตูรับเชื้อโรคอยู่ ดิฉันขอให้ทุกคนตั้งสติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามสิ่งที่เราแนะนำเอาไว้ได้จะดีมาก

  • ตัดวงจรการเกาเด็ดขาด : ดิฉันเข้าใจดีค่ะว่ามันคันยิบ ๆ จนแทบใจจะขาด แต่ขอบอกเลยว่ายิ่งเกา เชื้อโรคยิ่งฝังลึกเข้าใต้เล็บและแพร่กระจายไปจุดอื่น แถมผิวหนังที่ถลอกจะกลายเป็นทางเข้าของเชื้อแบคทีเรีย ซ้ำร้ายจะกลายเป็นหนองและแผลเป็นดำ ๆ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย วิธีแก้คือให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบ หรือใช้ฝ่ามือลูบเบาๆ แทนการใช้เล็บจิกเกานะคะ และควรตัดเล็บมือให้สั้นอยู่เสมอด้วยค่ะ  

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่หายใจได้ : หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรัดรูป เสื้อผ้าเนื้อหนา หรือผ้าใยสังเคราะห์ที่สะสมเหงื่อ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ที่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton) 100% ที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เพื่อลดความอับชื้นอันเป็นอาหารโปรดของเชื้อรา

  • อาบน้ำให้ถูกวิธี : บอกลาการอาบน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนจัดไปก่อนนะคะ เพราะน้ำร้อนจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบผิวออกจนหมด ทำให้ผิวแห้งผากและกระตุ้นการคันให้รุนแรงขึ้น ให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรืออุ่นน้อยที่สุด และเลือกใช้สบู่เหลวสูตร Soap-free หรือสบู่เด็กที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง หลังอาบน้ำเสร็จให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ "ซับ" ผิวเบาๆ ห้ามถูขยี้ และต้องมั่นใจว่าซอกผิวอับชื้นแห้งสนิทดีแล้วค่อยสวมเสื้อผ้า

  • แยกของใช้และดูแลสัตว์เลี้ยง : ในกรณีสงสัยว่าเป็นกลาก ให้แยกซักเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนออกจากสมาชิกในบ้านทันที และนำไปตากแดดจัด ๆ เพื่อฆ่าเชื้อ หากในบ้านมีน้องหมาน้องแมว ลองสังเกตดูว่าพวกเขามีขนร่วงเป็นวง ๆ หรือไม่ ถ้ามี ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรักษาเชื้อราพร้อม ๆ กัน ไม่อย่างนั้นทุกคนจะติดเชื้อวนลูปไปมาไม่หายสักที

สัญญาณเตือนอันตราย! เมื่อไหร่ที่ทุกคนต้องรีบไปพบแพทย์ผิวหนัง

แม้ว่าผื่นคันเป็นวงแดงหลาย ๆ ชนิดจะสามารถบรรเทาและรักษาได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่ผิวหนังของแต่ละคนมีความเซนซิทีฟไม่เท่ากันค่ะ ดิฉันอยากให้ทุกคนคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเข้าข่ายเงื่อนไขเหล่านี้ โปรดอย่าเนิ่นนานและควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังทันที

สัญญาณเตือนเหล่านั้นได้แก่ ผื่นเริ่มมีอาการบวมแดงอย่างรุนแรงและลุกลามเร็วกว่าปกติ, มีตุ่มหนองสีเหลืองโผล่ขึ้นมาตามขอบวง, มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกมาไม่หยุด, รู้สึกเจ็บปวดแปลบๆ บริเวณผื่นแทนอาการคัน, มีไข้ต่ำๆ หรือหนาวสั่นร่วมด้วย หรือกรณีที่ทุกคนซื้อยาทาเองติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์แล้วผื่นกลับไม่มีท่าทีว่าจะจางลงเลย การพบแพทย์จะช่วยให้ได้รับการขูดผิวหนังไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาความจริงและจัดยาได้ตรงจุดที่สุด

จากการดูแลสุขภาพผิว สู่การดูแลสุขภาพธุรกิจร้านค้าของคุณ

การใส่ใจในทุกรายละเอียดของร่างกายจะช่วยให้เรามีผิวพรรณที่เนียนใส ไร้โรคภัยกวนใจ เช่นเดียวกับการทำธุรกิจร้านค้าค่ะ หากทุกคนเป็นเจ้าของกิจการ ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ ที่ต้องปวดหัวกับยอดขาย สต็อกสินค้าที่จดเท่าไรก็ไม่ตรง หรือระบบหน้าร้านที่ยุ่งเหยิงจนทำให้เครียดจนผื่นขึ้น ดิฉันขอแนะนำตัวช่วยระดับมือโปรที่จะมาตัดความกังวลใจออกไปให้หมดค่ะ 

เพิ่มความราบรื่น บริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมืออาชีพด้วยระบบเครื่องคิดเงินและจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ครบวงจร ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันการขาย เช็กสต็อกแม่นยำ รายงานยอดขายเรียลไทม์ ยกระดับร้านค้าของทุกคนให้เติบโตอย่างมั่นคงกับ โปรแกรมธุรกิจ นะคะ

 
 
 

Comments


bottom of page